post

ย้อนเวลา 200 ปี ประเทศโมซัมบิก Island of Mozambique

เกาะโมซัมบิก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศโมซัมบิก คั่นอยู่ระหว่างกลางของคลองโมซัมบิกและอ่าวมอสซูริล อยู่ในเขตจังหวัดนัมปูลาที่มีพื้นที่ 79,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่อาศัยประมาณ 4 ล้านคน เคยเป็นเมืองหลวงอาณานิคมของชาวโปรตุเกสในช่วงปี ค.ศ.1898 บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม มีชายหาดขาว ทะเลน้ำใส และอุดมไปด้วยสัตว์น้ำทะเลนานาชนิดจน UNESCO World Heritage ได้ขึ้นทะเบียนว่าให้เป็นมรดกของโลก ปัจจุบันนี้มีผู้คนอยู่อาศัย 14,000 คน โดยมี ”สนามบินลัมโบ” เป็นประตูในการรับส่งคนเข้าออกจากเกาะ ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเกาะโมซัมบิกไม่ต่ำกว่าแสนคน

ประวัติศาสตร์ของเกาะโมซัมบิก

มีเครื่องปั้นดินเผาโบราณถูกขุดพบมากมายบนเกาะโมซัมบิก ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองในสมัยศตวรรษที่ 14 หรือเมื่อประมาณ 600 ปีก่อน ชนพื้นเมืองชาวสวาฮิลีนั้น มีต้นกำเนิดมาจาก “Kilwa Kisiwani” เป็นเมืองที่เชื่อมระหว่าง “Angoche” และ “Quelimane” ในปี ค.ศ.1514 จากบันทึกของดูอาร์เต้ บาโบซ่า ได้ระบุไว้ว่าประชากรส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นชาวมุสลิม และใช้ภาษาสวาฮิลีเป็นภาษาทางการของพวกเขา ชื่อของเกาะแห่งนี้ถูกสืบทอดมาจากผู้ปกครองเกาะแห่งนี้คือ “มัซซ่า บิน บิก” ต่อมาชื่อได้ถูกปรับให้เรียกกันง่ายขึ้นในสังคมปัจจุบัน จนได้กลายเป็น “โมซัมบิก” อย่างที่เราคุ้นเคยกันดี

ในปี ค.ศ.1507 ชาวโปรตุเกสได้ตั้งฐานทัพเรือบนเกาะแห่งนี้ และได้สร้าง “Chapel of Nossa Senhora de Baluarte” ขึ้นในปี ค.ศ.1522 ที่ในตอนนี้มันได้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างอายุเก่าแก่สุดในวัฒธรรมยุโรปเขตซีกโลกใต้ ชาวโปรตุเกสยังคงสร้างสิ่งปลูกสร้างอีกหลายสิ่งหลายอย่างมากมายบนเกาะแห่งนี้ อย่างป้อมซานเซบาสเตียน ที่ต่อมาถูกเรียกกันว่า “หอคอยหิน” ชาวโปตุเกสได้ตั้งศูนย์กลางของอาณานิคมบนที่แห่งนี้ จนกระทั่งถูกชาวดัตช์โจมตีในปี ค.ศ.1607 สถานที่แห่งนี้ยังคงถูกใช้เป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญต่ออินเดีย สินค้าของพวกเขาหลักๆคือ แรงงานทาส เครื่องเทศ และทองคำ

สถานที่สำคัญบนเกาะโมซัมบิก

บนเกาะยังมีสถานที่มีชื่อเสียงอีกหลายแห่งอย่างพระราชวัง และโบสถ์แห่งเซาเปาโลที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1610 เพื่อใช้สอนศาสนาให้แก่ประชาชนทั่วไป ต่อมาคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะศักดิ์สิทธิ์ภายใน Church of the Misericórdia และสะพานขนาดใหญ่อายุ 60 ปีมีความยาวถึง 3,000 เมตร เชื่อมต่อจากแผ่นดินใหญ่ไปยังเกาะโมซัมบิก ตัวเกาะเองไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก มีความยาว 3,000 เมตร กว้างประมาณ 500 เมตร สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ โซนของผู้อยู่อาศัยตั้งอยู่บนตอนใต้ซึ่งมักจะเป็นบ้านที่ทำจากต้นกกทั้งหลัง เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวพากันไปเยี่ยมชม

post

พลังงานทดแทนที่เริ่มนำมาใช้ในครัวเรือน

Renewable energy is starting to be used in the household

4 พลังงานที่จะเข้ามาทดแทนเปลี่ยนโลกให้มีพลังานใช้ไม่จำกัด

พลังงานทดแทนเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่หลายคนเริ่มเอามาพูดกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระดับโรงงานอุตสาหกรรมไปจนถึงระดับบ้านพักอาศัย ยิ่งบ้านพักอาศัยหลายประเทศเริ่มมีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในบ้านด้วย เทรนด์นี้นอกจากจะเป็นการประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อมยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของตัวเองอีกด้วย มาดูกันว่าพลังงานทดแทนในครัวเรือนควรเป็นพลังงานอะไรบ้าง

พลังงานแสงอาทิตย์

พลังงานทดแทนรูปแบบแรกที่แพร่หลายมากสุดในทุกประเทศนั่นคือ พลังงานแสงอาทิตย์ ยิ่งเมืองร้อนแบบเราพลังงานแสงอาทิตย์น่าสนใจมาก การติดตั้งโซลาเซลล์ไม่ว่าจะเป็นแผงบนหลังคา หรือ แผงบริเวณอื่นกำลังเป็นที่นิยมในบ้านเรา ส่วนหนึ่งแดดบ้านเราแรงมาก แสงแดดโดนโดยตรงแบบนี้สามารถนำมาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าในบ้านได้เลย หากวางแผนให้ดีพลังงานไฟฟ้าที่ได้เพียงพอต่อใช้ในครัวเรือนแน่นอน หรือ จะเตรียมไว้สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าอนาคตก็ทำได้เหมือนกัน ใครสนใจลองหาทีมปรึกษาติดตั้งได้เยอะแยะ

พลังงานลม

พลังงานแหล่งต่อไปน่าสนใจมากเกี่ยวกับพลังงานทดแทนนั่นก็คือ พลังงานลม หากเราออกเดินทางไปต่างจังหวัดไม่ต้องไปถึงภาคเหนือ เอาแค่ภาคอีสานเราจะเห็นกังหันลมตามเนินเขา ภูเขากันแล้ว จุดเด่นของพลังงานลมก็คือมันสามารถก่อให้เกิดพลังงานได้ทั้งกลางวันและกลางคืนขอเพียงแค่มีลมพัดมาเท่านั้น แต่ข้อเสียคือลมเป็นสิ่งที่กำหนดตายตัวไม่ได้ เลยทำให้บางครั้งปริมาณพลังงานที่ได้รับไม่เสถียร

พลังงานชีวภาพ

พลังงานทดแทนกลุ่มต่อไป น่าจะเหมาะกับพี่น้องชาวเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวสวน หรือ ชาวนา นั่นคือพลังงานชีวภาพ พลังงานทดแทนวิธีนี้จะนำมูลสัตว์ที่เกิดจากทำเกษตรกรที่ปล่อยไว้อาจจะเป็นได้แค่ปุ๋ยเท่านั้น แต่เรานำสิ่งของที่ดูเหมือนจะเป็นขยะเหล่านั้นมาเข้ากระบวนการบางอย่างเพื่อทำให้เกิดก๊าซชีวภาพ จากนั้นก็นำก๊าซชีวภาพมาใช้ในครัวเรือนอีกต่อหนึ่งวิธีนี้ลดต้นทุนใช้แก๊สในครัวเรือนได้เยอะทีเดียว หรือจะนำมูลสัตว์เหล่านั้นมาขายต่อเข้าโรงงานก็ทำรายได้เสริมอีกทางก็ได้

พลังงานชีวมวล

พลังงานกลุ่มต่อไปคล้ายกับพลังงานชีวภาพ นั่นคือ พลังงานชีวมวล กลุ่มนี้วัตถุดิบพลังงานจะไม่ใช่มูลสัตว์ แต่เป็นเชื้อเพลิงที่เกิดจากของเหลือจากการทำเกษตรไม่ว่าจะเป็น ฟืน แกลบ ซากอ้อย เศษไม้ เศษหญ้า ขี้เลื่อย กากมะพร้าว ฯลฯ ของเหล่านี้จะสามารถนำไปแปรรูปอัดแท่งให้กลายเป็นแท่งเชื้อเพลิง หรือ อาจจะขายของเหลือเหล่านั้นเข้าสู่โรงงานเพื่อนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ น้ำมัน ไฟฟ้า ได้ต่อไป

จะเห็นว่าพลังงานทดแทนเป็นทางเลือกในอนาคตที่เราต้องตั้งคำถามกันแล้วว่า เราจะสามารถนำพลังงานเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้อย่างไร ไม่เพียงแค่ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเท่านั้น มันยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับตัวเองอีกด้วย