นาย สมพร ว่องวุฒิพรชัย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล เพื่อกล่าวถึงความก้าวหน้าของการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมสำหรับในต่างประเทศ ในเรื่องของ Mozambique Rovuma Offshore Area 1 จากเดิมที่ได้มีการคาดการณ์กันว่า จะสรุปโครงการ และตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายในปี 2560  แต่พอมาดำเนินการจริงๆก็พบว่ามีรายละเอียดหรือขั้นตอนอื่นๆ อีกยิบย่อย จึงจะเลื่อนผลการสรุปและการตัดสินใจไปภายในปี 2562 แทน  เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ถึงค่อยนำรายละเอียดทั้งหมด เพื่อไปปรึกษากับทางสถาบันการเงิน ในการพิจารณาเงินกู้เพื่อนำมาใช้จ่ายด้านการลงทุน พัฒนาแหล่ง Mozambique Rovuma Offshore Area 1 ตามแผนเดิมซึ่งได้กำหนดไว้แล้ว

ทั้งนี้แหล่งปิโตรเลียมที่ ปตท.สผ กำลังให้ความสนใจอยู่นี้มีศักยภาพค่อนข้างสูง จากการสำรวจในเบื้องต้นพบว่ามีปริมาณก๊าซสำรองสูงถึง 70 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต เรียกได้ว่าเป็นแหล่งปิโตเลียมขนาดใหญ่ ซึ่งจากปริมาณของก๊าซดังกล่าว อาจพัฒนาจนสามารถใช้งานได้ถึง 4 เฟส เฟสแรกมีการคำนวณเอาไว้ว่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ ปตท.สผ. ถือหุ้นอยู่ในโครงการนี้ ร้อยละ 8.5 แปลว่าทาง ปตท.สผ. จะใช้เงินลงทุนทั้งหมด 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

เท่ากับว่า ปตท.สผ. ช้าไปจากแผนที่วางไว้ประมาณ 2 ปี แต่ Mozambique Rovuma Offshore Area 1 เป็นโครงการใหญ่ แต่ถ้าลองนำมาเปรียบเทียบกับสัดส่วนการถือหุ้น จะพบว่าโครงการซอติก้า ในประเทศพม่า อีกหนึ่งผลงานของปตท.สผ. ใหญ่กว่า เนื่องจากมีสัดส่วนในการลงทุนมากถึง 80%

ถ้าถามว่าจุดขายของแหล่ง Mozambique Rovuma Offshore Area 1 คืออะไร ถ้าสามารถทำให้เฟสแรกประสบความสำเร็จได้ด้วยดี ข้อดีก็คือโครงการนี้จะเป็น Security of Supply รวมทั้งกลายเป็นแหล่งศึกษาแห่งใหม่ เนื่องจากปัจจุบันนี้ ในหลายประเทศที่นำเข้าพลังงาน พยายามกระจายแหล่งก๊าซให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการซื้อก๊าซจากเพียงที่เดียว แปลว่าลูกค้าย่อมให้ความสนใจในแหล่งนี้ด้วย

นอกจากนี้ นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ได้กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องของความคืบหน้าการลงทุน ปิโตเลียมในแหล่งอื่นๆ อีกด้วยอย่าง แหล่ง Cash Maple ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อให้ได้ต้นทุนอันมีความสมเหตุสมผล ยกตัวอย่างเช่น อาจจะพัฒนาเรือผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว ซึ่งได้ศึกษาเอาไว้ก่อนหน้านี้แต่ยังติดในเรื่องของความไม่คุ้มในการลงทุน โดยขณะนี้ทาง ปตท.สผ. ก็กำลังมองหาทิศทางของตลาดในอีกรูปแบบหนึ่ง รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะมาช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลงได้ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทที่ต้องการก๊าซ อีกทั้งกำลังเปรียบเทียบราคาของก๊าซจากแหล่งอื่น ๆ อีกด้วย ทั้งนี้การพิจารณาของ ปตท. จะดูเกณฑ์ราคาที่เหมาะสมและสามารถนำไปแข่งขันในตลาดได้อย่างสูสี